• Hino Motors จับมือ REE Automotive พัฒนาโซลูชันสัญจรอัตโนมัติ ยุคสมัยใหม่ของการเดินทางเพื่อสังคม

    Hino Motors บริษัทในเครือของ Toyota Motor Corporation และ REE Automotive ผู้ผลิตนวัตกรรมด้านการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า (E-Mobility) ได้ลงนามในข้อตกลงพันธมิตรทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์จากวิสัยทัศน์ที่มีร่วมกันเพื่อ “มอบค่านิยมใหม่สู่สังคมผ่านการสัญจรเชิงพาณิชย์ยุคใหม่”

    ด้วยกรอบกำหนดเพื่อความก้าวหน้าของยานพาหนะแบบ CASE (Connected, Autonomous, Shared and Electric) นี้จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

    Hino และ REE ได้ล่วงหน้าวางแผนเตรียมความพร้อมไว้แล้วสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้ ในอนาคตที่กำลังจะมาถึง ยานพาหนะเชิงพาณิชย์จะไม่เพียงจะรองรับการเดินทางของทั้งคนและสินค้า แต่จะพัฒนาไปสู่การมอบค่านิยมและโอกาสใหม่ๆ สู่สังคมจากการเดินทางอีกด้วย

    โซลูชันการสัญจรเชิงพาณิชย์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ายุคใหม่ของ Hino และ REE นี้ถูกออกแบบมาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทั้งโลกด้วยการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดการใช้โครงสร้างพื้นฐาน ลดความแออัด ทั้งยังช่วยให้บริษัทต่างๆ จัดสรรทรัพยากรที่มีได้ดียิ่งขึ้น

    เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ที่ได้ตั้งไว้ ทั้งสองบริษัทจึงตกลงร่วมมือกันโดยที่นำจุดแข็งของตนมารวมกัน ทาง Hino Motors ได้ใช้ความรู้และเทคโนโลยีของตนในฐานะผู้ผลิตยานพาหนะที่สามารถปรับให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด รวมเข้ากับเทคโนโลยี REEcorner EV ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของ REE Automotive นอกจากนี้ทั้งสองบริษัทยังใช้ความคิดริเริ่มเพื่อสร้างค่านิยมใหม่ๆ ผ่านโซลูชันการสัญจรเชิงพาณิชย์ยุคใหม่อีกด้วย

    โซลูชันการสัญจรเชิงพาณิชย์ยุคใหม่จาก Hino และ REE นี้จะประกอบไปด้วยแพลตฟอร์มโมดูลาร์ (ขับเคลื่อนโดย REE) โดยจะติดตั้ง Mobility Service Module ที่ใช้เพื่อการบรรทุกผู้โดยสาร สินค้า รวมถึงการบริการต่างๆ โดยที่สามารถป้อนข้อมูลการใช้งานในปัจจุบันและอนาคตที่มีความหลากหลายสอดให้คล้องกับความต้องการของลูกค้า เพื่อมอบค่านิยมใหม่สู่สังคมและการปรับปรุงจากบริการที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

    นอกจากนี้ Mobility Service Module ยังสามารถถอดออกจากแพลตฟอร์ม EV ได้อย่างง่ายดาย และสามารถนำไปใช้งานเดี่ยวๆ ได้ด้วยการปล่อยให้แพลตฟอร์มแยกกันทำงานต่อไปในงานอื่นๆ ทำให้การบริการและสินค้าต่างๆ สามารถกระจายเข้าสู่สังคมได้โดยง่าย

    โมดูลาร์นี้ไม่ได้ถูกใช้เป็นเพียง Mobility-as-a-Service (MaaS) และการส่งของซะส่วนใหญ่เท่านั้น แต่ยังออกแบบมาเพื่อการใช้งานรูปแบบใหม่ๆ ได้อีกด้วย ด้วยโครงรถที่แบนและ Mobility Service Module ที่ถอดออกได้ จึงสามารถรองรับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ในขณะเดียวกันก็มีส่วนช่วยให้เกิดการใช้ทรัพยากรทางธุรกิจของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย

    โครงรถ EV แบบพิเศษที่พัฒนาโดย Hino และ REE นี้จะใช้ความสามารถจากเทคโนโลยี REEcorner โดยจะรวมส่วนประกอบสำคัญของรถเข้าไว้ในระบบเดียวและติดตั้งอยู่ระหว่างล้อและตัวโครง

    ดังนั้นดีไซน์ของรถจึงจะมีลักษณะพื้นต่ำและราบซึ่งปรับเข้ากับความต้องการลูกค้าและยังรองรับการขับเคลื่อนอัตโนมัติ อีกทั้งลูกค้าก็มีส่วนร่วมในการออกแบบ Mobility Service Module ของเขาเองได้เช่นกัน

    ในปีงบประมาณ 2565 นี้ทั้งสองบริษัทจะเริ่มพัฒนาต้นแบบฮาร์ดแวร์ก่อน ขณะเดียวกันก็จะประเมินโมเดลธุรกิจ รวมถึงลูกค้าที่มีแนวโน้มว่าจะสนใจและจะทำการทดลองควบคู่กันในลำดับต่อไป

    CEO ของ Hino Motor, Mr.Yoshio Shimo กล่าวว่า “จุดเริ่มต้นของการร่วมงานกันครั้งนี้คือคอนเซ็ปต์ FlatFormer ที่เราได้จัดแสดงไปในงาน 2019 Tokyo Motor Show ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ผมดีใจที่จะได้เห็น FlatFormer เข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น ผมมั่นใจว่าด้วยวิสัยทัศน์ของ REE จะกลายเป็นแรงผลักดันให้ Hino ได้ ในขณะเดียวกันเราก็ต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างค่านิยมใหม่ๆ ให้กับการสัญจรเชิงพาณิชย์เพื่อสังคมในอนาคตนี้”

    ทางด้าน Mr.Daniel Barel ผู้เป็น CEO และผู้ร่วมก่อตั้งของ REE กล่าวว่า “การเปิดตัวของ FlatFormer ในงาน 2019 Tokyo Motor Show ได้แสดงให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนของการสัญจรด้วยไฟฟ้าในอนาคต และยังเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่น่าตื่นเต้นกับทีมผู้วิสัยทัศน์ที่ Hino การเป็นพันธมิตรครั้งนี้คือโอกาสพิเศษในการบรรลุภารกิจร่วมกันในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทั่วโลกด้วยการนำรถ EV รุ่นใหม่สุดล้ำเข้าสู่ตลาด”

    ในอนาคตข้างหน้า ทั้ง Hino Motor และ REE Automotive ยินดีเปิดโอกาสที่จะร่วมงานกับพาร์ทเนอร์ที่มีวิสัยทัศน์คล้ายกันเพื่อเป้าหมายที่จะสร้างมูลค่าใหม่ๆ ให้กับสังคม

Comments are closed.